Canada

 

สภาพทางภูมิศาสตร์  

 แคนาดาเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของสหรัฐอเมริกา มีมหาสมุทร ล้อมรอบ 3 ด้าน มีเนื้อที่กว้างใหญ่ถึง 9,970,610 ตารางกิโลเมตร  ปัจจุบันแคนาดาประกอบด้วย 11 มณฑล  และ 2 เขตปกครอง

( Territories )  อยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลกลาง เมืองหลวงชื่อ ออตตาวา มณฑล ออนตาริโอ เครื่องหมายประจำชาติของประเทศ เป็นรูปใบเมเปิล เป็นใบไม้ที่มีสีสันสวยงามและมีรอยหยักเป็น 5 แฉก

 

สภาพภูมิอากาศ

สภาพอากาศของแคนนาดามีความหลากหลายตั้งแต่ขั้วโลกเหนือที่หนาวเย็นเป็นน้ำแข็ง  ไปจนถึงแนวป่าอันเขียวขจีของแถบชายฝั่งตะวันตกของบริติชโคลัมเบีย  โดยทั่วไปแล้วประเทศแคนาดาจะมีฤดูกาลที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน 4 ฤดู   โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบภูมิภาคใกล้ชายแดนสหรัฐอเมริกาที่มีผู้คนอยู่อย่างหนาแน่น 

อุณหภูมิในช่วงกลางวันของฤดูร้อนอยู่ในช่วง 35  องศา  หรือร้อนกว่านั้นในขณะที่อุณหภูมิต่ำสุดในฤดูหนาวอาจติดลบ  สำหรับอุณหภูมิในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และใบไม้ร่วงจะอยู่ในระดับปานกลาง อย่างไรก็ดี ชาวแคนาเดียนได้ปรับตัวอย่างมากให้เหมาะสมกับช่วงเวลาที่มีสภาพอากาศอันเหน็บหนาว  โดยการติดตั้งเครื่องทำความร้อนในที่อยู่อาศัยและยานพาหนะรวมถึงระบบขนส่งมวลชน ที่มีการติดตั้งระบบความร้อน เช่นเดียวกับที่ทางเดินระหว่างอาคารในสถานศึกษา

 

มณฑลและเมืองที่น่ารู้จัก

            Alberta (มนฑลอัลเบอร์ต้า) :  เมืองหลวงคือเมือง Edmonton เป็นถิ่นกำเนิดของเทือกเขา Rocky มีดอกกุหลาบป่า  (Wild Rose) เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ทางการของมณฑล

                British Columbia (มณฑลบริติช โคลัมเบีย) : ได้ชื่อว่าเป็นประตูสู่แปซิฟิก เป็นมณฑลตั้งอยู่ทางตะวันตกสุดของแคนาดามีชายฝั่งทะเลที่งดงาม  พื้นที่เป็นภูเขาใหญ่น้อย เมืองหลวงคือ Victoria  แต่เมืองที่เป็นที่รู้จักกันดีคือเมือง Vancouver ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสามของแคนาดา สภาพอากาศที่มณฑลนี้จะมีความอบอุ่นมากที่สุด

                Manitoba (มณฑลมานิโตบา):  ตั้งอยู่ตรงกลางของประเทศแคนาดา พื้นที่ส่วนใหญ่ของมณฑลเต็มไปด้วยทะเลสาบจนได้ชื่อว่า “ Land of 100,000 lakes” มณฑลนี้เป็นแหล่งที่ผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ ทางตอนเหนือพื้นที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งและป่าไม้ ที่นี่มีการทำเหมืองแร่ที่สำคัญคือ ทองแดง สังกะสี และนิเกิล เมืองหลวงชื่อ Winnipeg

            Newfoundland (มณฑลนิวฟันด์แลนด์):  เมืองหลวงชื่อ St.John เป็นมณฑลที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของประเทศแคนาดา ประชากรมากกว่าครึ่งหนึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านชาวประมงตามแนวชายฝั่ง

                New Brunswick (มณฑลนิวบรันสวิค) : เมืองหลวงชื่อ Fredericton มณฑลนี้มีน้ำล้อมรอบสามด้าน เป็นที่ตั้งของอ่าวฟันดี (Bay of Fundy)   ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นอ่าวที่มีคลื่นสูงที่สุดในโลกจากจำนวนประชากรประมาณ 749,200 คน ที่อาศัยอยู่ในนิวสบรันวิคนั้น มีประชากรที่พูดภาษาฝรั่งเศสถึงร้อยละ 35

                Northwest Territories (เขตนอร์ธเวสท์) : เมืองหลวงชื่อ Yellow Knife  เขตนอร์ธเวสท์มักจะถูกเรียกว่าดินแดนแห่งอาทิตย์เที่ยงคืน เนื่องจากมีทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือ ทำให้ในช่วงฤดูร้อน

ดวงอาทิตย์แทบจะไม่ตกดินและส่องแสงสว่างไปเกือบตลอดฤดูกาล ส่วนในช่วงฤดูหนาวก็เกือบจะมืดตลอดฤดูกาล  นอกจากนี้ยังมีแสงขั้วโลกเหนือปรากฏสว่างบนท้องฟ้ายามค่ำคืนในช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงเดือนมกราคมด้วย

                Nova Scotia (มณฑลโนวาสโคเชีย) :  เมืองหลวงชื่อ Halifax คาบสมุทรยาว 580 กิโลเมตรซึ่งเป็นที่ตั้งของมณฑลโนวาสโคเชียนี้มีน่านน้ำสี่แห่งล้อมรอบ คือมหาสมุทรแอตแลนติก อ่าวฟันดี ช่องแคบนอร์ธัมเบอร์แลนด์ อ่าวฟันดี ช่องแคบนอร์ธัมเบอร์แลนด์ และอ่าวเซนต์ลอว์เรนช์  ซึ่งทำเลที่ตั้งของมณฑลกอปรกับท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่ที่ปราศจากน้ำแข็งนี้  นับเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของมณฑล

                Nunavut (เขตนูนาวูท) : นูนาวูทได้กลายเป็นดินแดนเขตใหม่ล่าสุดที่แยกออกจากนอร์ธเวสต์ของแคนาดา ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2542 มีเมืองหลวงชื่อ Iqaluit การทำเหมืองแร่ การทำประมงจับกุ้งและหอยเชลล์  การล่าสัตว์และดักสัตว์  รวมทั้งการผลิตงานศิลปะและงานฝีมือ นับเป็นอุตสาหกรรมหลักของเขตนี้ และการท่องเที่ยวก็จัดว่าเป็นอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต

                Ontario (มณฑลออนตาริโอ) : เป็นมณฑลที่ใหญ่เป็นอันดับสองของแคนาดาและเป็นดินแดนแห่งน้ำตกไนอาการาที่มีชื่อเสียงก้องโลก รวมทั้งยังเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงของประเทศแคนาดาคือ เมืองออตตาวา นอกจากนี้ยังเป็นมณฑลที่เป็นศูนย์กลางทางการเงินและการอุตสาหกรรม อุดมสมบรูณ์ไปด้วยทรัพยากร มีเหมืองแร่ทองคำ นิเกิล ทองแดง ยูเรเนียม และสังกะสี

                Prince Edward Island (มณฑลพรินซ์ เอ็ดเวิร์ด ไอส์แลนด์) : เมืองหลวงชื่ อ Charlottetown เป็นมณฑลที่เล็กที่สุดของแคนนาดา ประวัติศาสตร์ของแคนนาดาได้เริ่มต้นและเฉลิมฉลองที่เมือง  Charlottetown โดยในปี พ.ศ. 2407 ได้มีการจัดประชุมชาร์ลอตต์ทาวน์ขึ้นเป็นครั้งแรกและจากการประชุมครั้งนั้นได้นำไปสู่การประกาศจัดตั้งประเทศแคนาดาขึ้นในปี พ.ศ.2410

                Cuebec (มณฑลควีเบค) : มีเมืองหลวงชื่อ Quebec City เป็นมณฑลที่ใหญ่ที่สุดของแคนาดา  ล้อมรอบด้วยน้ำเกือบทั้งหมด ประชากรร้อยละ 82 ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาแม่ และมีเชื้อสายฝรั่งเศส

                Saskatchewan (มณฑลซัสแคทเชวัน) : ชื่อ Regina พื้นที่ครึ่งหนึ่งของมณฑลเต็มไปด้วยป่าไม้ที่เหลือเป็นส่วนหนึ่งของทุ่งราบแพร์รี่ (Prarie) บางส่วนเป็นทะเลสาบน้ำใสสะอาด ซัสแคทเชวันได้รับการขนานนามว่าเป็น ตะกร้าขนมปังของแคนาดา  เนื่องจากการมีชื่อเสียงในการเป็นดินแดนแห่งทุ่งหญ้าแพร์รี่และทุ่งข้าวสาลี

                Yukon (เขตยูคอน) : เขตยูคอนตั้งอยู่ในดินแดนตอนมุมทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของแคนาดา  โดยมีรัฐอลาสกาอยู่ติดพรมแดน ดินแดนของเขตนี้มีขนาดค่อนข้างใหญ่ (483,450 ตารางกิโลเมตร) แต่มีประชากรเพียง 31,608 คนอาศัยอยู่  โดยประชากรร้อยละ 60 อาศัยในเมือง White Horse ซึ่งเป็นเมืองหลวง นอกจากนี้เขตยูคอนก็เป็น  ดินแดนแห่งพระอาทิตย์เที่ยงคืน ในช่วงฤดูร้อนด้วยเช่นกัน

 

ระบบการศึกษา

                ระบบการศึกษาของแคนาดาประกอบด้วยสถาบันการศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน  ตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงระดับมหาวิทยาลัย ภายใต้รัฐธรรมนูญของแคนาดา การศึกษาถือว่าเป็นความรับผิดชอบของมณฑล เพราะ

ฉะนั้นระบบการศึกษาของแต่ละมณฑลจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง  อย่างไรก็ตามการศึกษาของประเทศแคนาดาจัดว่ามีมาตรฐานการศึกษาที่สูง

                โดยทั่วไปแล้วเด็กชาวแคนาดาเข้าเรียนระดับอนุบาล 1-2 ปี เมื่ออายุ 4 หรือ 5 ขวบ เด็กทุกคนจะเริ่มเรียนเกรดหนึ่งมีอายุประมาณ 6 ขวบ  โดยทั่วไปปีการศึกษาจะเริ่มในเดือนกันยายนจนถึงเดือนมิถุนายนถัดไป แต่ในบางแห่งอาจเข้าเปิดภาคเรียนในเดือนมกราคมชั้นมัธยมศึกษามีจนถึงเกรด 11, 12 หรือเกรด 13  แล้วแต่มณฑลจากระดับนี้นักศึกษาอาจเข้าเรียนหลักสูตรมหาวิทยาลัย วิทยาลัยหรือซีเจ็พ (CEGEP)  คำว่า ซีเจ็พ เป็นคำย่อที่มาจากการรวมชื่อของวิทยาลัยเพื่อการศึกษาทั่วไป และวิชาชีพ สำหรับการศึกษาทั่วไปหลักสูตรการเรียนสองปี ส่วนการศึกษาเชิงวิชาชีพ ใช้หลักสูตรการเรียน 3 ปีในระหว่างระดับมัธยมศึกษา และอุดมศึกษา มณฑลควิเบคใช้ระบบศึกษาซีเจ็พ

 

ระดับประถมศึกษา           

ระบบการศึกษาเริ่มจากชั้นอนุบาลเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ แต่ชั้นประถมศึกษาในแต่ละมณฑลจะมีความแตกต่างกันดังนี้ คือ

1.     กลุ่มที่มีชั้นประถม 1-8 คือ มณฑลออนตาริโอ และมณฑลมานิโตบา

2.     กลุ่มที่มีชั้นประถม 1-7 คือ มณฑลบริติชโคลัมเบีย และเขตยูคอน

3.     กลุ่มที่มีชั้นประถม 1-6 คือ ทุกมณฑลนอกจากที่กล่าวมาแล้ว

 

ระดับมัธยมศึกษา

                จำนวนปีการศึกษาระดับมัธยมจะแตกต่างกันไปในแต่ละมณฑลแต่เมื่อรวมการเรียนระดับประถมศึกษาแล้วจะรวมใช้เวลาเรียน 12 ปี ข้อยกเว้นคือ มณฑลควิเบคจะจัดระบบชั้นมัธยมเลยไปอีก 1 ปี รวมเวลาเรียน 13 ปี  และเมื่อเรียนอีก 3 ปีก็จะได้รับปริญญาตรี ในขณะที่มณฑลและเขตการปกครองอื่นๆ หลักสูตรปริญญาตรีจะใช้เวลาเรียน 4 ปี

                ในมณฑลควิเบคยังมีระบบการศึกษาซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างมัธยมและมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นระบบคล้ายของฝรั่งเศส ที่เรียกว่า ซีเจ็พ ( CEGEP ) การศึกษาในระดับนี้จะรับผู้จบมัธยมศึกษาปีที่ 5 เข้าเรียนวิชาชีพเป็นเวลา 2 ปี โรงเรียนมัธยมของแคนาดามีทั้งของรัฐบาลและเอกชน  ถ้าเป็นของเอกชนต้องได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการของแต่ละมณฑล

 

ระดับมหาวิทยาลัย

                มหาวิทยาลัยในแคนาดามีทั้งขนาดเล็กมีนักศึกษาไม่ถึง 1,000 คน ไปจนถึงขนาดใหญ่ที่มีนักศึกษากว่า 35,000 คน การเข้าศึกษาถูกกำหนดโดยมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง โดยทั่วไปจะไม่มีการสอนเข้าแต่ละมหาวิทยาลัยมีมาตรฐานของตนเอง  เนื่องจากแคนาดามีภาษาราชการ 2 ภาษาคือ ภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส ผู้สอบเข้ามหาวิทยาลัยจะเลือกสอบได้ทั้งสถาบันที่ใช้ภาษาอังกฤษและสถาบันที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส บางมหาวิทยาลัยสอนทั้ง 2 ภาษา

            สำหรับความสามารถในการใช้ภาษาของนักศึกษาต่างชาตินั้นมหาวิทยาลัยทั่วไป (ยกเว้นที่สอนเป็น

ภาษาฝรั่งเศส) ใช้คะแนน TOEFL หรือ IELTS โดยต้องคะแนน TOEFL อย่างต่ำ 550  มีมหาวิทยาลัย

จำนวนมากที่กำหนดคะแนนไว้ที่ 600 ขึ้นอยู่กับสาขาวิชาที่จะเรียน ระยะเวลาการศึกษาในมหาวิทยาลัย ในระดับปริญญาตรีของแต่ละมณฑลนั้นแตกต่างกันไปคือ 3-5 ปี  ซึ่งนักศึกษาควรจะต้องตรวจสอบกับมหาวิทยาลัยที่สมัคร

                สำหรับปริญญาโทใช้เวลาเรียน 1-2 ปี นักศึกษาสามารถเลือกเรียนแบบ Coursework ฟังการบรรยายและเขียนรายงานหรือเลือกทำ Project หรือเลือกเขียนวิทยานิพนธ์และสอบประมวลความรู้ ( Comprehensive Examination )

                สำหรับปริญญาเอกใช้เวลาเรียน 3-5 ปี โดนเป็น Coursework ประมาณ 2 ปี  ที่เหลือเป็นการค้นคว้างงานวิจัย การเสนอรายงานเชิงวิชาการ และการเขียนวิทยานิพนธ์

การศึกษากึ่งวิชาชีพ ( Community College หรือ Career College )

                เป็นการศึกษาที่ใช้เวลาเรียน 1-3 ปี  มุ่งเน้นผลิตนักศึกษาเพื่อออกสู่ตลาดแรงงาน ให้ปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ วิชาที่เปิดสอนจึงมีการปรับหลักสูตรตลอดเวลาให้สอดคล้องตามนโยบายเศรษฐกิจของชาติและกระแสตลาดแรงงาน

 

การศึกษาภาคทฤษฎีเชิงปฏิบัติ (Co-op Education)

                คือการศึกษาที่สถาบันการศึกษาร่วมมือกับภาคธุรกิจเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ปฏิบัติงานจริง โดยจะได้รับค่าจ้าง โดยทั่วไปนักศึกษาจะฝึกงานประมาณ 2 ภาคเรียนก่อนที่จะสำเร็จการศึกษา

 

การทำงานระหว่างเรียน

                ในขณะที่กำลังศึกษาอยู่ นักศึกษาสามารถที่จะทำงานได้ในมหาวิทยาลัยที่กำลังศึกษาอยู่ สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาโทหรือเอก สามารถทำงานเป็นผู้ช่วยครูผู้สอน ส่วนนักศึกษาที่เลือกเรียนหลักสูตรที่มีการร่วมมือกันระหว่างมหาวิทยาลัยกับสถานประกอบกิจการที่เรียกว่า  Co-op Education ก็สามารถฝึกงานได้ โดยได้รับค่าจ้าง หลังจากสำเร็จการศึกษาแล้ว นักศึกษาสามารถประกอบอาชีพได้ในสาขาที่สำเร็จการศึกษา โดยขอวีซ่าทำงาน (Employment Authorization)  ได้จากกองตรวจคนเข้าเมืองประเทศแคนาดา  ( The Local Canadian Immigration Center )  และต้องขอหมายเลขประกันสังคมเพื่อใช้เสียภาษีเงินได้

 

 

สอบถามรายละเอียดโครงการต่างๆของ YESC