United Kingdom

 

 

สภาพภูมิประเทศ

                สหราชอาณาจักรอังกฤษ ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของทวีปยุโรป มีพื้นที่โดยรวมทั้งสิ้นประมาณ 244,820 ตารางกิโลเมตร และเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ได้รับความนิยมจากนักศึกษาต่างชาติในการไปศึกษาต่ออันเนื่องมาจากภูมิประเทศที่สวยงาม มีความเจริญทางด้านวัฒนธรรม อุตสาหกรรม ความมีคุณภาพของการศึกษา และการเป็นศูนย์รวมแห่งวัฒนธรรมที่มีความหลากหลาย

                คำว่าสหราชอาณาจักร หรือ United Kingdom หมายถึง เกาะใหญ่ (Great Britain)  และแคว้นไอร์แลนด์เหนือ (Northen Island) โดยที่ เกาะใหญ่ (Great Britain) หมายถึง เกาะใหญ่ของอังกฤษ ซึ่งรวมอาณาเขตของประเทศอังกฤษ (England)  ประเทศเวลส์  (Wales) และประเทศสก๊อตแลนด์ (Scotland)

 

สภาพภูมิอากาศ

                สภาพภูมิอากาศของสหราชอาณาจักร จัดอยู่ในประเทศค่อนข้างหนาวและมีความชื้นสูง  เนื่องจากมีสภาพประเทศเป็นเกาะ มีกระแสน้ำอุ่นและน้ำเย็นไหลผ่าน ทำให้เกิดหมอกหนาแน่นปกคลุมในบางครั้ง ทางตอนเหนือจะหนาวมากกว่าตอนใต้ และจะมีฝนตกทางภาคตะวันตกมากกว่าทางภาคตะวันออก อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุด

ในเดือนมกราคมประมาณ 2-4 องศา และสูงสุดในช่วงเดือนกรกฎาคมคือประมาณ 18-22 องศา อย่างไรก็ดี  กล่าวโดยรวมได้ว่าสหราชอาณาจักรเป็นประเทศที่มีความเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศค่อนข้างสูง โดยในบางวันอาจมีสภาพอากาศให้ได้เห็นเกือบทุกรูปแบบก็ว่าได้

ฤดูกาล

                ฤดูใบไม้ผลิ (Spring): เดือนมีนาคม-เดือนพฤษภาคม อากาศจะเปลี่ยนแปลงบ่อยมาก บางวันอากาศอบอุ่น มีแสงแดดจัดในตอนเช้า และเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วเป็นหนาวเย็น หรือฝนตกในช่วงบ่าย

                ฤดูร้อน (Summer): เดือนมิถุนายน-เดือนสิงหาคม อากาศส่วนใหญ่จะอบอุ่นและแสงแดดจัดจ้า

                ฤดูใบไม่ร่วง (Autumn): เดือนกันยายน-เดือนพฤศจิกายน อากาศจะเย็นขึ้นเรื่อยๆ ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีสวยงามและร่วงหล่น

                ฤดูหนาว  (Winter): เดือนธันวาคม-เดือนกุมภาพันธ์ อากาศช่วงนี้จะหนาวมากที่สุด มีหิมะตกในบางพื้นที่ กลางคืนจะยาวนานว่ากลางวัน และมืดเร็วกว่าปกติ

 

เมืองสำคัญ

                London:  เมืองหลวงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นเมืองหลวงของอังกฤษที่เก่าแก่ที่สุดในโลกกว่า

2,000 ปี เป็นเมืองที่น่าสนใจและเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก  เป็นศูนย์รวมวัฒนธรรม ประเพณีในรูปแบบที่เคร่งครัดและมีแบบแผน มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเช่น รัฐสภา หอนาฬิกาบิกเบน ทราฟัลการ์สแควร์ พระราชวัง

บัคกิงแฮม และหอคอยลอนดอน  นอกจากนี้ยังเพียบพร้อมด้วยแหล่งบันเทิงและชีวิตยามค่ำคืนที่ย่านโซโห

 และยังเป็นแหล่งศูนย์รวมของการช้อปปิ้งชั้นนำ เช่น ห้างแฮร์ล็อด และมาร์คแอนด์สเปนเซอร์ เป็นต้น

                Cambridge: ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของ London เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงทางด้านสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และการศึกษาแรกเริ่ม เป็นเมืองที่ตั้งของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์

                Oxford: เป็นศูนย์กลางการเรียนการสอน เป็นเมืองที่เกี่ยวข้องกับศาสนา ตั้งอยู่ห่างจาก London ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 80 กิโลเมตร เป็นเมืองที่แวดล้อมด้วยทุ่งกว้างใหญ่ทิวเขาและมีแม่น้ำเทมส์ไหลผ่าน ภายในเมืองมีสถาปัตยกรรมที่งดงามตามแบบฉบับอังกฤษหลายแห่ง

                Canterbury: เป็นเมืองที่สวยงาม มีโบสถ์ที่มีความสำคัญและเก่าแก่ที่สุดของอังกฤษ ภายในเมืองมีศูนย์การค้าที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งตั้งอยู่ห่างจาก London ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 95 กิโลเมตร

                Bristol: เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ อยู่ห่างจาก London ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 190 กิโลเมตร เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเขตตะวันตกของประเทศอังกฤษ มีสะพานแขวนที่สวยงามชื่อ บรูเนล

                Bath: เป็นเมืองตากอากาศที่สวยที่สุดเมืองหนึ่งของประเทศ ที่มีมาตั้งแต่อาณาจักรโรมันโบราณ ตั้งอยู่ในทุ่งหญ้าเอวอนที่เขียวชอุ่มมีบ่อน้ำพุร้อนสำหรับอาบน้ำแร่ เป็นเมืองประวัติศาสตร์ อยู่ห่างจาก London ประมาณ 160 กิโลเมตร

                Brimingham: เป็นเมืองที่แวดล้อมไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒธรรมอังกฤษ มีหมู่บ้านที่สวยงามเหมือนภาพวาด เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการผลิตเครื่องดื่มและอาหาร เช่น ช็อคโกแลตยี่ห้อ Cadbury

                Manchester: เมืองนี้ตั้งอยู่ใจกลางของประเทศตอนเหนือเป็นเมืองอุตสาหกรรมใหญ่ เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงมากเกี่ยวกับวิวัฒนาการทางดนตรี และการละครของประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ตั้งของทีมฟุตบอลที่ชาวไทยรู้จักดีคือ ทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

                Edinburgh: เป็นเมืองหลวงของสก็อตแลนด์ซึ่งอยู่ห่างจาก London ไปทางเหนือ 630 กิโลเมตร  เป็นเมืองที่สำคัญโดยสามารถเดินทางถึงโดยทางเครื่องบิน รถยนต์ และรถไฟ เป็นเมืองหนึ่งที่ได้ชื่อว่า นครที่สวยงามที่สุดในสหราชอาณาจักร เป็นเมืองที่มีบรรยากาศที่ย้อนอดีต ทั้งยังเป็นนครที่มีหลายสำเนียง ไม่ว่าจะเป็นแบบอังกฤษแท้ สำเนียงแบบสก๊อต สำเนียงแบบชาวต่างชาติ(นักท่องเที่ยว)

 

ระบบการศึกษา

                ระบบการศึกษาในประเทศอังกฤษและเครือจักรภาพแบ่งเป็น 4 ระดับ คือระดับปริญญา การศึกษาภาคบังคับเริ่มตั้งแต่อายุ 5 ปีถึง 16 ปี เด็กนักเรียนส่วนใหญ่ประมาณ 95%  จะเข้าศึกษาในโรงเรียนของรัฐบาล  ส่วนผู้ปกครองที่มีฐานะดีอาจจะเลือกส่งบุตรหลานเข้าเรียนในโรงเรียนเอกชน

ระดับประถมศึกษา

                รับนักเรียนอายุ 5-13 ปี การสอนจะเน้นให้เด็กมีทักษะในการเขียนและทักษะทางตัวเลข  เพื่อพัฒนาเด็กให้มีความรู้ความสามารถตามความเจริญเติบโตตามวัยของเด็ก

                -ระดับเตรียมประถม (Pre-Preparatory School) รับเด็กอายุ 5-7 ปี

            -ระดับประถม (Preparatory School) รับเด็ก 8-13 ปี การเรียนระดับนี้จะมุ่งเน้นการเตรียมนักเรียนเข้าสอบ Common Entrance Examination (CEE) เพื่อก้าวเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยม

 

ระดับอุดมศึกษา

                เป็นการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย และ College of Higher Education ปัจจุบันมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรมีประมาณกว่า 100 แห่ง และเป็นของรัฐบาลเกือบทั้งหมด หลักสูตรการศึกษาในระดับอุดมศึกษาแบ่งเป็น

 

Undergraduate

            -BTEC HNC/HND หรือ Diploma of Higher Education (Dip.HE)  หลักสูตร 2 ปี ส่วนใหญ่เปิดสอนใน College of Higher Education  และอาจมีในมหาวิทยาลัยบางแห่งรับรู้ที่สอบ “A” Level อย่างน้อย 1 วิชา หรือสำเร็จการศึกษาระดับ National Diploma วิธีการสมัครต้องสมัครผ่าน UCAS เช่นเดียวกับปริญญาตรี

                -First Degree (Bachelors Degree)  หลักสูตรส่วนใหญ่ 3 ปี ยกเว้นบางสาขา ปริญญาที่ให้ได้แก่ Bachelor of Art (BA),  Bachelor of Sciences (B.Sc),  Bachelor of Education (B.Ed.), Bachelor of Engineering (B.Eng.)

            นักศึกษาต้องสมัครผ่านองค์กรกลาง คือ UCAS (Universities Central Admission System)  โดยผู้สมัครสามารถเลือกสถานศึกษาได้ 5 แห่ง ตามลำดับความต้องการ และต้องยื่นใบสมัครระหว่างเดือนกันยายน ถึงเดือนมีนาคม สำหรับการเข้าศึกษาในปีถัดไป ยกเว้น University of Oxford และ University of Cambridge ซึ่งต้องผ่านการสอบ Entrance  ที่มหาวิทยาลัยจัดขึ้นเอง

                นักเรียนไทยที่จบ ม.6 แล้ว ยังไม่สามารถสมัครเข้ามหาวิทยาลัยในระบบของสหราชอาณาจักรได้  เนื่องจากการสมัครต้องใช้ผลการสอบ GCSE และ  GCE “A” Level  แต่ทางสหราชอาณาจักรเทียบวุฒิ ม.6 ของไทยเท่ากับ GCSE นักเรียนไทยมีโอกาสไปศึกษาต่อโดยใช้ทางเลือกใดทางเลือกหนึ่ง ดังต่อไปนี้

                -เข้าเรียน GCE “A” Level  และสอบ GCE “A” Level ให้ได้ 2-3 วิชา  ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 2 ปี นักเรียนสามารถใช้วุฒิดังกล่าวสมัครมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรได้ทุกแห่ง  ทั้งนี้การตอบรับจะพิจารณาจากคะแนนผลการสอบ “A” level

            -เข้าเรียนหลักสูตร Foundation หรือ Access หรือ Bridging Course ใช้เวลาศึกษาประมาณ

 1 ปี โดยมีสถานศึกษาหลายแห่งในสหราชอาณาจักร ที่เปิดสอนเป็นหลักสูตรพิเศษสำหรับนักศึกษาต่างชาติ (ที่มีระบบการศึกษาแตกต่างจากระบบการศึกษาของสหราชอาณาจักร)  เพื่อเตรียมความพร้อมด้านภาษาอังกฤษและวิชาการให้แก่นักเรียนต่างชาติ ในการที่จะเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีโดยไม่ต้องสอบ GCE “A” Level

            -เข้าเรียนหลักสูตรระดับ Diploma ใช้เวลาศึกษาประมาณ 1 ปี ที่เปิดสอนโดยสถาบันเอกชน  โดยนักศึกษาสามารถโอนเพื่อเข้าศึกษาต่อในชั้นปีที่ 2 กับมหาวิทยาลัยที่มีข้อตกลงกันได้

 

Postgraduate

            -Postgraduate Certificate/Diploma หลักสูตร 9 เดือน ถึง 1 ปี รับผู้ที่จบปริญญตรีแล้ว

                -Master Degree หลักสูตร 1-2 ปี รับผู้ที่จบปริญญาตรีที่มีผลการเรียนดีตามที่กำหนด ปริญญาที่ให้ได้แก่ MSc., MA, MBA., M.Phil, LLM, MEng.

            -Doctoral Degree  หลักสูตรการทำวิจัยใช้เวลา 3-4 ปี ปริญญาที่ให้คือ Doctor of Philosophy (Ph.D./Phil)  มหาวิทยาลัยส่วนมากรับผู้ผ่านการศึกษาหลักสูตร M.Phil

            ในระดับนี้ นักศึกษาต้องสมัครโดยตรงไปยังมหาวิทยาลัยที่สนใจซึ่งปกติจะเปิดรับสมัครเพียงปีละ 1 ครั้ง  และมักจะไม่มีกำหนดวันปิดรับสมัคร ยิ่งสมัครเร็วเท่าใด ก็จะมีโอกาสได้รับการตอบรับมากขึ้น  จึงควรสมัครล่วงหน้าก่อนเปิดภาคเรียน (เดือนตุลาคมของทุกปี) ประมาณ 6-12 เดือน

 

สอบถามรายละเอียดโครงการต่างๆของ YESC